
“ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก”
เมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก ที่ได้รับการขนานนาม ให้เป็นเมืองแห่งกวีศรีรัตนโกสินทร์ “สุนทรภู่” ผู้มีผลงานวรรณกรรมประเภทร้อยแก้วที่ยากจะหา ผู้ใดมาเทียบเทียม โดยเฉพาะนิทานกลอนสุภาพเรื่อง พระอภัยมณี โดยฉากในนิทานเรื่องนี้ คือบริเวณหมู่เกาะน้อยใหญ่และท้องทะเลที่สวยงามในจังหวัดระยองนั้นเอง
นอกจากความงดงามของธรรมชาติ ระยองยังเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลที่สำคัญ เป็นแหล่งปลูกผลไม้เมืองร้อนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะ เงาะ ทุเรียน มังคุด และยังเป็นที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจแห่งใหม่ของประเทศ ทางหลวงสายสำคัญจากทุกภูมิภาคที่มุ่งหน้าสู่เมืองระยองถูกจัดสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคอุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวก็เอื้อประโยชน์ให้การเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดระยองรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โรงแรม ร้านอาหารที่ได้มาตราฐาน
ประวัติความเป็นมาของจังหวัดระยอง
ระยอง เริ่มปรากฎชื่อในพงศาวดารเมื่อปี พ.ศ.2113 ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีประวัติดั้งเดิมตามข้อสันนิษฐานว่า น่าจะก่อตั้งเมืองขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1500 ยุคที่ขอมมีอนุภาพเฟื่องฟูแถบดินแดนสุวรรณภูมิ นักโบราณคดีได้สันนิษฐานจากหลักฐานที่พบ คือ ซากศิลาแลงคูค่าย ที่ยังหลงเหลืออยู่ในเขตอำเภอบ้านค่าย อันเป็นศิลปะการก่อสร้างแบบขอม โดยในสมัยโบราณระยองมีชนพื้นเมืองคือชาวซอง ซึ่งเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่กระจาย โดยทั่วไปในภาคตะวันออก ในประวัติศาสตร์ตอนหนึ่งได้กล่าวถึงเมืองระยองในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ระหว่างที่กรุงศรีอยุธยาใกล้จะเสียแก่พม่าเป็นครั้งที่ 2
ในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ในเดือนยี่ปี พ.ศ.2309 พระยาวชิรปราการ หรือ พระยาตาก พร้อมไพร่พลประมาณ 500 คน ได้ตีฝ่าวงล้อมทัพพม่า มุ่งสู่ตะวันออกมาหยุดพักไพร่พลที่เมืองระยอง และได้ปราบปรามคณะกรมการเมืองที่แข็งข้อยึดเมืองระยองได้ จากความสามารถครั้งนั้น เหล่าทหารจึงยกย่องให้เป็น “เจ้าตากสิน” ก่อนเดินทัพไปยังเมืองจันทบุรี เพื่อยึดที่ดินในการกอบกู้อิสรภาพคืนจากพม่าได้ในปี พ.ศ.2113เกาะในภาพคือเกาะเสม็ค ซึ่งอยู่นอกฝั่งของอำเภอเพ อำเภอเมืองจังหวัดระยอง เป็นเกาะที่มีมะพร้าวมาก หาดทรายขาวเหมือนน้ำตาลทราย พลับพลาในภาพ หมายถึง พลับพลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้เป็นที่ประทับระหว่างเสด็จประพาสเกาะนี้

ตราจังหวัดระยอง
เกาะในภาพคือเกาะเสม็ค ซึ่งอยู่นอกฝั่งของอำเภอเพ อำเภอเมืองจังหวัดระยอง เป็นเกาะที่มีมะพร้าวมาก หาดทรายขาวเหมือนน้ำตาลทราย พลับพลาในภาพ หมายถึง พลับพลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้เป็นที่ประทับระหว่างเสด็จประพาสเกาะนี้
ภูมิประเทศ
จังหวัดระยอง ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ๑๗๙ กิโลเมตร มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 100 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 3,552 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,220,000 ไร่ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับกับที่ดอนและเนินเขา มีป่าไม้น้อย ส่วนมากเป็นสวนผลไม้และพืชไร่ ทางตอนใต้เป็นที่ลุ่มชายทะเล มีแม่น้ำสายสั้นๆ ๒ สาย คือ แม่น้ำระยอง ไหลผ่านอำเภอบ้านค่ายและอำเภอเมือง และแม่น้ำประแสร์ไหลผ่านอำเภอเขาชะเมาและอำเภอแกลง
อาณาเขต
ทิศเหนือและทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดชลบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดจันทบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอ่าวไทย
ภูมิอากาศ
สภาพอากาศโดยทั่วไปเป็นอากาศร้อนชื้น มีฝนตกชุก อากาศอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 28 องศาเซลเซียส มีฤดูมรสุมระหว่างเดือนมิถุนายน – ตุลาคม การปกครอง แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 1 กิ่ง ประกอบด้วย อำเภอเมืองระยอง อำเภอแกลง อำเภอบ้านค่าย อำเภอบ้านฉาง อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ อำเภอเขาชะเมา และกิ่งอำเภอนิคมพัฒนา ข้อมูลประชากร จำนวนประชากรเมื่อปลายปี 2544 มีทั้งสิ้น 534,197 คน ศาสนา ศาสนาพุทธ ร้อยละ 93.3 ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 4.4 ศาสนาอิสลาม ร้อยละ 2.2 อื่นๆ ร้อยละ 0.1
การเดินทาง
รถโดยสารประจำทาง
มีบริการรถโดยสารประจำทาง ทั้งรถปรับอากาศ และรถธรรมดา จากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดระยอง ตั้งแต่เวลา 04.00 – 22.00 น. และจากระยองไปยังกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 03.30 – 21.10 น. นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารจากระยองไปยังจังหวัดอื่นๆ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย (แม่สาย) หนองคาย อุบลราชธานี ขอนแก่น และอุดรธานี
รถยนต์
สามารถเดินทางมายัง จ.ระยองได้ 5 เส้นทาง ดังนี้
เส้นทางที่ 1 : ทางหลวงหมายเลข3 (ถนนสุขุมวิท) เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ผ่าน อ.บางปู – อ.บางประกง – จ.ชลบุรี – บางแสน – ศรีราชา – พัทยา – หาดจอมเทียน – สัตหีบ – อ.บ้านฉาง จนถึงอำเภอเมือง จ.ระยอง รวมระยทางทั้งสิ้น 220 กม.
เส้นทางที่ 2 : ทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนบางนา – ตราด) เป็นเส้นทางที่มีผู้นิยมใช้เป็นจำนวนมาก โดยมีจุดเริ่มสิ้นสุดทางด่วน ด่านฉลิมนคร อ.บางนา ผ่าน อ.บางพลี – อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และ เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 ที่ กม. ที่ 70 อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราจากนั้นจะผ่านเส้นทางเดียวกันกับเส้นทางที่ 1 รวมระยะทางทั้งสิ้น 220 กม.
เส้นทางที่ 3 : ทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส 36) จาก กรุงเทพฯ ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 2 จนถึง กม.ที่ 140 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าสุ่ทางหลวงหมายเลข 36 จากนั้นเดินทางต่อไปยัง จ.ระยองด้วยระยะทางเพียง 70 กม. รวมระยะทางทั้งสิ้น 210 กม
เส้นทางที่ 4 : ทางหลวงหมายเลข 344 (ถนนสายบ้านบึง – แกลง) เริ่มต้นที่ จ.ชลบุรี ผ่าน อ.บ้านบึง – หนองใหญ่ – อ.วังจันทร์ และสิ้นสุดที่อำเภอแกลง ระยะทาง 100 กม. (กรุงเทพฯ – ชลบุรี 80 กม.)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมายังแหล่งท่องเที่ยวในเขต อ.แกลง หรือเดินทางไปยัง จ.จันทบุรี หรือ จ.ตลาด หากต้องการเดินทางเข้าสู่ อ.เมือง จ.ระยอง ต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ย้อนกลัยมาอีก 42 กม.
เส้นทางที่ 5 : ทางหลวงหมายเลข 7 (สายมอเตอร์เวย์) เริ่มต้นที่ถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กรุงเทพฯ และสิ้นสุดที่ จ.ชลบุรี ระยะทาง 75 กม. จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 อีก 100 กม. จะถึง อ.เมือง จ.ระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้น 175 กม.
ระยะทางจากตัวเมืองระยองไปยังสถานที่ต่างๆ
พัทยา 65 กม.
จันทบุรี 110 กม.
ตราด 180 กม.
อ.บ้านฉาง 28 กม.
หาดพยูน 33 กม.
หาดพลา 36 กม.
สนามบินอู่ตะเภา 35 กม.
กิ่ง อำเภอนิคมพัฒนา 33 กม.
สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ 26 กม.
อ.ปลวกแดง 47 กม.
อ่างเก็บน้ำดอกกราย 35 กม.
โรงงานโลตัส 30 กม.
อ.บ้านค่าย 12 กม.
สวนสุภัทราแลนด์ 30 กม.
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
